Thakanid's Blog
Just another WordPress.com weblog

Jan
04

 เทศกาลดนตรีในฝัน โปรเจ็คงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา CA 4443

Dec
27

 

         อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันที่คนไทยหรือคนทั่วทั้งโลก มีความสุขเริ่มนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่กันแล้ว….ทุกคนต่างเฝ้ารอเตรียมเฉลิมฉลองกันเต็มที่ เป็นเทศกาลที่ทำให้พี่น้อง ญาติมิตรที่อยู่ห่างไกลกันกลับมาพบหน้ากัน มีการทำกิจกรรมร่วมกัน

         แน่นอนว่าจะต้องมีการกิน ฉลองกันอย่างสุดๆและ 1 ในเมนูอาหารยอดฮิตที่ทุกคนรู้จัก และมักทำกินกัน คือหมูกระทะ ที่เป็นอาหารยอดฮิตพวกปิ้งๆย่างๆตามแต่จะสะดวก ถ้าเป็นร้านอาหารก็ราคาไม่แพง หรือทำกินกันเองที่บ้านก็ไม่ยาก(แต่อาจจะวุ่นวายในการเตรียมนิดนึง) แต่ที่อยากที่เตือนในเรื่องนี้คือเรื่องของน้ำจิ้มสุกี้หรือน้ำจิ้มหมูกระทะ ควรจะระวังสักนิดนึงในการเลือกซื้อนอกจากรสชาติอร่อยแล้ว ต้องปลอดภัยจากอันตราย จากสีผสมอาหารที่ใส่ลงไปในน้ำจิ้มด้วย

        เราอาจจะไม่เคยสังเกตหรือสนใจในเรื่องนี้มากนัก แต่มีข่าวเตือนออกมาแล้วเหมือนกันว่าควรจะระวังไว้ก็ดี ถ้าน้ำจิ้มมีการปนเปื้อนของสีผสมอาหาร 2 ชนิด คือ สีแดงปองโซ 4 อาร์ และสีเหลือง ซันเซทเยลโลว์ เอฟซีเอฟ ซึ่งเป็นสีผสมอาหารที่ได้จากการสังเคราะห์สารเคมี แม้จะเป็นสีสังเคราะห์ที่กฎหมายยอนุญาติให้ใช้ผสมอาหารได้ แต่หากใช้ในปริมาณที่มากและบ่อยเกินไป ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายของเราได้เช่นกัน

         อย่างไรก็ตาม อย่าเป็นกังวลจนหมดอร่อยและไม่กล้ากินกันหมูกระทะกันนะ แค่เตือนไว้ให้ได้เลือกร้านหรือเลือกซื้อน้ำจิ้มที่มีคุณภาพ งานปีใหม่ปีนี้จะได้มีความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง!!!ตลอดปีและตลอดไป

 อ้างอิงจาก : สถาบันอาหาร องค์กรเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม

ภาพจาก jate.22eq.com/?m=200712

Dec
27

        

             

                 ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์นี้ ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตในแต่ละวันของผู้คนมากขึ้น ด้วยราคาของเครื่องอุปกรณ์ที่นับวันยิ่งถูกลง ทำให้คนทุกระดับ ทุกเพศ ทุกวัย สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้ไม่ยากเหมือนแต่ก่อน

          การพัฒนาระบบสารสนเทศ จึงมีทั้งผลดีและมีผลเสียที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คนอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง  ประเทศไทยก็ได้รับผลนี้มาจากกระแสโลกาภิวัตน์นี้มาแบบเต็มๆ ที่แก้ปัญหากันไม่ตกก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของ เด็กติดเกม ที่อาจจะพุ่งเป้าไปที่เกมออนไลน์ ซึ่งเยาวชนมักใช้คอมพิวเตอร์ในการเล่มเกมคอมพิวเตอร์ และเกมออนไลน์มากกว่าการใช้ประโยชน์ในลักษณะอื่นๆ

          ที่จริงแล้วเรื่องนี้มันคงเป็นเรื่องที่แก้ปัญหากันได้ยากเพราะมันเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ระบบการศึกษาในปัจจุบันเน้นให้เด็กเรียนรู้หาข้อมูลต่างๆจากอินเทอร์เน็ต ที่สะดวกและรวดเร็วกว่าหาในห้องสมุด การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อแสวงหาความรู้จึงเป็นเรื่องที่ดี แต่เด็กส่วนใหญ่มักใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในทางการเล่นเกม ซึ่งสาเหตุที่เริ่มเข้าสู่การเล่นนั้น มักจะเป็นการชักชวนจากเพื่อน ปัญหาที่เกิดขึ้นในเด็กที่ติดเกมจึงเป็นเรื่องของการบริหารเวลาไม่เป็น เลิกเรียนปุ๊บเข้าร้านเกมเลย วันเสาร์ อาทิตย์ก็จะอยู่กับร้านเกม นั่งหน้าจอทั้งวัน เสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก

       

   เสพความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว จนกลายเป็นการเสพและติดอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อไม่ได้เล่นเกม หรือขาดความต่อเนื่องในการเล่นก็จะมีความรู้สึกหงุดหงิด ไม่พอใจ ที่น่าสนใจอีกเรื่อง คือเรื่องของสุขภาพที่แย่ลง ที่เกิดจากการรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ทำให้พฤติกรรมการขับถ่ายไม่ถูกสุขลักษณะ (จากผลงานการวิจัยการสำรวจเด็กติดเกม) ไม่มีประโยชน์

          ยอมรับเถอะว่าปัญหาในเรื่องนี้เป็นปัญหาที่แก้ยากเต็มทีแล้ว แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากซะทั้งหมดถ้าคนในครอบครัวช่วยกันเติมเต็มความรักสร้างความผูกพันมอบช่วงเวลาที่มีค่าให้แก่กัน…..

ภาพจาก

www.tubi.or.th/Pic/521202103201.jpg

www.smh.com.au/…/10/16/470_internet-cafe.jpg

Dec
14

                                                                                   

                ตอนนี้ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักหรือกาแฟลดน้ำหนักมีวางขายอยู่ตามท้องตลาดมากมาย แต่ละเจ้าก็ต่างอวดอ้างสรรพคุณ โฆษณาชวนเชื่อสารพัด แต่เราในฐานะผู้บริโภคจะรู้ได้อย่างไรว่ายี่ห้อไหนดีจริง ดื่มแล้วเห็นผลไม่เกิดโทษแก่ร่างกาย ถ้าไม่หาข้อมูลหรือสอบถามผู้ที่มีความรู้ในด้านการแพทย์ก็คงคิดว่าอย่างไหนก็เหมือนกัน หรือคล้ายกันหมด…จริงหรือ??

อาจจะเป็นกระแสของคนที่หันมาใส่ใจในเรื่องสุขภาพ  แต่ที่ผ่านมาก็มีข่าวคราวน่าสะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวผู้หนึ่งที่ต้องการลดน้ำหนัก และกินยาเพื่อลดน้ำหนักเกินขนาด จนเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งหลายๆ ปีที่ผ่านมาก็มีข่าวคราวในทำนองเดียวกันเกิดขึ้นอยู่เป็นระยะน่าเสียดายที่เรามองข้ามความปลอดภัยของการใช้ยา หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในการลดน้ำหนัก ทำให้แทนที่จะมีสุขภาพดีกลับกลายเป็นอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินเพิ่มขึ้นไป

             อันที่จริงหลักการลดน้ำหนักนั้นง่ายมากเลยค่ะ คือกินให้น้อยกว่าพลังงานที่ร่างกายใช้ เมื่อร่างกายมีการใช้พลังงานมากกว่าที่กินก็จำต้องสลายเอาไขมันที่สะสมตามร่างกายมาเป็นพลังงานแทน แต่การจะเอาไขมันที่พอกพูนตามส่วนต่างๆ ของร่างกายให้หายไป 1 ปอนด์ หรือเกือบครึ่งกิโลกรัมนั้น เราต้องใช้พลังงานมากกว่าที่ได้จากการกินเข้าไป (Calories Deficit) ถึง 3,500 แคลอรี! สมมติว่าเราต้องการลดน้ำหนัก 1/2 กิโลกรัม ใน 1 สัปดาห์ นั่นหมายถึงใน 1 สัปดาห์หรือ 7 วันนี้เราต้องมี Calories Deficit ประมาณ 3,500 แคลอรี หรือคิดง่ายๆ ว่าวันละ 500 แคลอรี ซึ่งเราจะประสบความสำเร็จในการใช้พลังงานมากกว่าที่ร่างกายได้รับวันละ 500 แคลอรีได้ 3 ทางคือ

1.กินให้น้อยลงวันละ 500 แคลอรี โดยใช้พลังงานหรือทำกิจวัตรประจำวันเหมือนเดิม เช่น เลิกดื่มน้ำอัดลมที่เคยดื่มวันละ 2 ขวด กับเปลี่ยนจากกินข้าวมันไก่มาเป็นสุกี้น้ำไก่ ก็จะลดแคลอรีจากอาหารที่กินได้ประมาณ 500 แคลอรี วิธีนี้ไม่ดีต่อสุขภาพ และน้ำหนักที่ลดได้มักจะคงอยู่ได้ไม่นาน

2.  กินลดลงบ้าง ร่วมกับการออกกำลังกาย เช่น เลิกดื่มน้ำอัดลม 2 ขวด แต่ยังขอกินข้าวมันไก่ แต่ยอมไปออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ 1 ชั่วโมง วิธีนี้ดีต่อสุขภาพที่สุด และจะลดน้ำหนักได้ถาวรที่สุด (แต่อย่างไรข้าวมันไก่ก็ไม่ควรกินบ่อยนะคะ)

3.ไม่ยอมอดอาหารเลยแต่ยอมออกกำลังกายแทน ซึ่งถ้าเราหนัก 80 กิโลกรัม ต้องการออกกำลังกายเพื่อจะเผาผลาญให้ได้ 500 แคลอรี ต้องพยายามอย่างสูง เช่น วิ่งเหยาะ 1 ชั่วโมง หรือเดินเร็ว 1 ชั่วโมงครึ่ง เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ประสบความสำเร็จยกเว้นเป็นนักกีฬาที่ต้องออกกำลังกายทั้งวัน

สำหรับชา/กาแฟ ที่มีฤทธิ์เพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกายจะเปรียบเสมือนกับการออกกำลังกายที่ร่างกายใช้พลังงานเพิ่ม นอกจากนี้กาเฟอีนในชากาแฟหรือเครื่องดื่มอื่นๆถ้าดื่มมากเกินไปอาจจะเกิดปัญหาใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ นอนไม่หลับ ท้องผูก ความดันโลหิตสูง กระดูกพรุน เป็นต้น

 

               ดังนั้นฉันก็เลยคิดว่าถ้าอยากจะลดน้ำหนักให้สุขภาพดี คงต้องลงทุนลงแรงด้วยการคุมอาหารบ้าง ออกกำลังกายบ้าง เพราะแน่นอนว่าไม่อาหารเสริมชนิดใดที่สามารถช่วยลดความอ้วนได้ยั่งยืนและถาวรเท่ากับการใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเอง แต่ถ้าคุณไม่มีข้อห้ามกับการดื่มชา/กาแฟ ก็อาจจะดื่มได้ เช่น วันละ 1-3 แก้ว ไม่ใช่แค่ดื่มชาหรือกาแฟ (โดยไม่ทำอะไรอื่นอีกเลย) แล้วหวังว่าน้ำหนักตนเองจะลดลงได้ แต่ทั้งนี้ระวังนมและน้ำตาลที่ใส่ลงในชา/กาแฟด้วยนะคะ น้ำตาล 2 ช้อนชา ให้แคลอรีเท่ากับข้าว 1/2 ทัพพีค่ะ

ภาพจาก  : www.siambig.com/shop/photo_product/19824.jpg

guru.sanook.com/picfront/main/09032009120726.jpg

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.